This site hosted by Free.ProHosting.com
Google
การตรวจร่างกายชะมดเช็ด

ตั้งแต่เลี้ยงชะมดเช็ดมาเมื่อปีที่แล้ว พวกเราก็ยังไม่เคยตรวจสุขภาพให้ชะมดเช็ด ประกอบกับมีโครงการจะขยายพันธุ์ชะมดเช็ด ดังนั้นผมจึงติดต่อสัตวแพทย์หลายท่าน ส่วนใหญ่ไม่กล้ารับงานเนื่องจากไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับสัตว์ป่า และชะมดเช็ดเลย จนเมื่อผมได้รู้จักกลุ่มเพาะเลี้ยงชะมดเช็ด มีสมาชิกกลุ่มเป็นสัตวแพทย์ จึงสามารถติดต่อให้ท่านมาตรวจสุขภาพให้กับชะมดเช็ดของพวกเราทั้งเจ็ดตัว


พวกเราประกอบด้วยตัวผมบุญนาท, วรวุฒิน้องชาย และนายสัตวแพทย์กฤษดา ลังกา ออกเดินทางจากบ้านของพวกเราที่หมู่บ้านพฤกษชาติ ถนนรามคำแหง กรุงเทพฯ มาทางวงแหวนรอบนอกสายตะวันออก เมื่อมาถึงสระบุรี ใช้ถนนทางลัดวังม่วง ไปทางน้ำตกเจ็ดสาวน้อย มาถึงฟาร์มใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที บริเวณรอบฟาร์มมีการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เรียบร้อยแล้ว และไถ่กลบดิน ทำให้ดูแล้วโล่งสายตาดี ที่ฟาร์มก็จ้างรถมาไถกลบแปลงมะเขือเทศเรียบร้อยแล้วเช่นกัน


พวกเราปลูกทานตะวันเพื่อใช้เป็นอาหารนก ปลูกผักชี มะเขือเทศ มะละกอ พริก ตะไคร้ และพืชสวนครัว เอาไว้เพียงใช้ประกอบอาหาร พื้นที่ส่วนใหญ่ยังปล่อยว่างไว้ก่อน คงจะลงมือปลูกตอนต้นฤดูฝน


มีการปรับแต่งถนนให้เรียบแน่น ซื้อดินมาปรับปรุงถนน ให้มีความกว้างมากขึ้น


สระน้ำที่ขุดเอาไว้ พบว่ายังไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ดีเท่าที่ควร ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ น้ำลดลงมามองเห็นพื้นล่างของสระ ข้างสระน้ำเป็นบริเวณที่พวกเราเลี้ยงสัตว์ กรงนกขุนทอง นกเขา นกแก้ว และไก่ฟ้าพญาลอ เสร็จเรียบร้อยมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โรงเลี้ยงชะมดเช็ด กระต่าย นกกะรางหัวหงอก นกหกเล็ก นกฟินซ์ นก Love Bird รวมทั้งกรงสำหรับเลี้ยงกวาง ก็เสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว กรงนกเดิมก็เปลี่ยนไปให้เป็นที่อยู่ของไก่แจ้ ไก่ชน จัดได้ว่าบ้านของสัตว์แต่ละชนิดค่อนข้างสมบูรณ์


กรงนกกระรางหัวหงอก นกหกเล็ก นกฟินซ์พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และนก Love Bird อยู่ในกรงที่สร้างติดกับโรงเลี้ยงชะมดเช็ด มีหลังคาป้องกันแดดและฝนได้เป็นอย่างดี พื้นกรงถูกล้อมรอบด้วยคูน้ำป้องกันมด ทุกโรงเลี้ยงจะมีก๊อกน้ำประจำแต่ละกรง


กรงกระต่ายแบ่งเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นที่อยู่ของกระต่ายเพศผู้ อีกด้านหนึ่งเป็นที่อยู่ของกระต่ายเพศเมีย ตรงกึ่งกลางเป็นห้องที่เตรียมเอาไว้ ให้กระต่ายผสมพันธุ์ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์ในสายเลือดเดียวกัน ส่วนกรงกวางตอนนี้ให้ไก่งวงยืมใช้ก่อน บ้านของไก่งวงกำลังสร้างข้างลำธาร ความกว้าง 8 เมตร ความยาว 30 เมตร ตอนนี้มีไก่งวง 3 ตัว เพศผู้ 2 ตัว เพศเมืย 1 ตัว ให้ไข่ครอกนี้ 15 ฟอง พวกเราใช้ตู้ฟักช่วย คาดว่าจะได้ลูกไก่งวงไม่น้อยกว่า 10 ตัว


หลังจากเดินชมฟาร์มกันพอสมควร การตรวจร่างกายชะมดเช็ดก็เริ่มต้น พวกเราเข้าไปในโรงเลี้ยงชะมดเช็ด มีตาข่ายล้อมรอบ กว้างขวางมาก คุณหมอกฤษดาเตรียมกล้องถ่ายรูป เข็มฉีดยา หลอดเก็บเลือดซึ่งนายสัตวแพทย์ณรงศักดิ์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝากมาให้เก็บ specimen เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้อง LAB ต่อไป


ลูกมือในการตรวจร่างกายประกอบด้วยผม คุณอ้อ และวรวุฒิ พวกเราจะเจาะเลือดชะมดเช็ดตัวละ 4 ซีซี ใส่ในหลอด 2 ชนิด ชนิดละ 2 ซีซี และใส่ในกระติกน้ำแข็งเพื่อนำเดินทางกลับกรุงเทพฯ อุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างคือ สวิงจับชะมดเช็ด คล้ายสวิงจับปลา ต่างกันที่ตาข่ายต้องเป็นเชือกที่มีความเหนียว นุ่ม เพื่อไม่ให้ชะมดเช็ดบาดเจ็บ พวกเราเรียนรู้การใช้สวิงจากคุณหมอกฤษดา คุณอ้อเป็นคนใช้สวิงล้วงเข้าไปจับในกรง


เมื่อชะมดเช็ดวิ่งเข้าไปสวิงซึ่งมีความยาวพอสมควร คุณหมอกฤษดาแนะนำให้หมุนสวิง เพื่อเป็นการปิดปากสวิงไม่ให้ชะมดเช็ดหนีออกมา จากนั้นก็ยกขึ้นมาวางบนพื้นราบของกรง ใช้ผ้าคลุมบริเวณศีรษะเพื่อไม่ให้ตกใจ จากนั้นก็ดึงขาหลังเพื่อหาเส้นเลือดที่จะเจาะ เพื่อเก็บไปตรวจ พบว่าชะมดที่อ้วนจะหาเส้นเลือดได้ค่อนข้างลำบากกว่า ชะมดที่ผอม


พวกเราทำการตรวจสุขภาพของชะมดเช็ดไปทีละกรง ใช้เวลาประมาณตัวละ 10 นาที ที่เสียเวลามากคือตอนจับขึ้นมาจากกรง ประกอบกับตาข่ายของสวิงค่อนข้างกว้าง ทำให้ชะมดเช็ดสามารถลอดศีรษะมานอกตาข่าย พวกเราต้องระวังมิให้ถูกกัดได้


นอกจากการเจาะเลือดเพื่อเก็บไปตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ยังมีการระบุเพศของชะมดเช็ด ที่บริเวณก้น ใต้ทวารหนัก ทั้งชะมดเช็ดเพศผู้และเพศเมีย จะมีถุงไขมัน 2 อันคล้ายถุงอัณฑะ ถ้าเป็นเพศผู้ อวัยวะเพศ (Penis) จะอยู่ใต้ถุงไขมัน แต่ถ้าเป็นเพศเมีย อวัยวะเพศ (Vagina) จะอยู่เหนือถุงไขมัน ผมลืมปรับเลนส์เพื่อถ่ายแบบ Closed Up ทำให้ได้ภาพไม่ชัดเจน


การตรวจสุขภาพและการระบุเพศสำหรับชะมดเช็ด 7 ตัวในฟาร์มของผม ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็แล้วเสร็จ การดูสุขภาพสังเกตจากเหงือกภายในช่องปาก ถ้าเป็นสีชมพูแสดงว่าสุขภาพสมบูรณ์ดี ชะมดเช็ดทั้งหมดมีสุขภาพสมบูรณ์ดี พบว่าเป็นเพศผู้ 1 ตัว และเพศเมียอีก 6 ตัว ข้อค้นพบนี้นับว่าดีสำหรับการเป็นเกษตรกรที่จะเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ พวกเราได้สร้างกรงคู่สำหรับนำชะมดเช็ดเพศผู้เพศเมียไปใส่ไว้ เมื่อชะมดเช็ดแสดงอาการเป็นสัด พวกเราสามารถชักแผ่นไม้ที่กั้นแบ่งกรงคู่ออก ทำให้ชะมดสามารถผสมพันธุ์กันได้ และเมื่อการผสมพันธุ์ผ่านไป 1-3 วัน ก็สามารถนำแผ่นกั้นใส่กลับดังเดิม เพื่อเปลี่ยนเพศเมียตัวอื่นมาผสมพันธุ์ต่อไป สิ่งที่ต้องศึกษาต่อไปก็คือ การหาวิธีการเลี้ยงเพศเมียที่ได้รับการผสมพันธุ์ ให้สามารถออกลูก และเลี้ยงลูกรอดจนถึงระยะหย่านม ซึ่งความรู้นี้ยังไม่ชัดเจน จากเอกสารหนังสือและการสอบถามผู้ที่เคยเลี้ยงเพาะพันธุ์ พบว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากที่สุดในกระบวนการขยายพันธุ์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย น่าศึกษาวิจัย หากทำได้สำเร็จ ก็จะสามารถแก้ปัญหาการสูญพันธุ์ของชะมดเช็ดได้ทางหนึ่ง


จากบ้านปากช่อง ถ่ายภาพเดือนกุมภาพันธ์ 2547
GO TO HOME PAGE